ในการประชุมวิชาการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2565 “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน ด้วยการศึกษาสายอาชีพ” จัดโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.ได้ร่วมกันมอบรางวัล “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน (TVET DNA)” และรวมพลังภาคีเครือข่าย ให้กับ “ครูและผู้บริหารทางการศึกษา” เพื่อเชิดชูครูผู้ให้โอกาส สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา มีครูได้รับรางวัลจำนวน 492 ท่านทั่วประเทศ โดยรางวัล”ครูและผู้บริหารในดวงใจ” มาจากผลโหวต ของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงทั่วประเทศ
นายนิตย์นิรันดร์ พิลาไชย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ กล่าวว่า จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดที่ติด 1ใน 6 ที่มีค่าเฉลี่ยประชากรยากจนที่สุดของประเทศ โอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสก็ยิ่งลดน้อยลงไปมาก จากการลงพื้นที่ไปแนะแนว เราพบว่า นักเรียนและผู้ปกครองมีความต้องการเรียนอาชีวะสูงมากแต่ไม่มีเงิน และอีกส่วนหนึ่งครอบครัวอยากให้ไปทำงาน ทำให้เขาหมดโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่รอบแรก แต่ก็มีผู้ปกครองอีกส่วนที่เก็บเงินเพื่อส่งลูกเรียนอาชีวะในเมือง ที่มีระยะทางห่างจากบ้าน 80กิโลเมตร และต้องนำเงินไปจ่ายค่าหอพัก ค่าชุดนักเรียน และค่ากินอยู่ เมื่อเข้ามาในเมืองสักระยะเงินก็หมด
ครูต้องไปหาทุน กยศ. หรือทุนให้เปล่าอื่นๆ เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาต่อ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงทุนกยศ. เพราะบ้านมีหนี้สินจำนวนมาก และไม่มีคนรับรอง เด็กเหล่านี้ก็จะทยอยออกไปจากการศึกษาทีละคนสองคน ซึ่งเป็นรอยแผลที่เจ็บปวดของครู ที่มองเห็นต้องเดินออกไปจากโรงเรียนจนกระทั่ง ปี2562 ที่กสศ.มี ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับเด็กยากจนแต่ขาดโอกาส วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญจึงไม่รอช้าที่จะเข้าร่วมโครงการ และเข้ามาจนถึงปัจจุบัน
นางสาวอณุภา คงปราโมทย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กล่าวว่า วิทยาลัยรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยคัดกรองครอบครัวที่เข้าเกณฑ์ กสศ. ได้นักเรียนร่วมโครงการรุ่นแรก 25 คน เด็กที่ได้รับทุนจะมาเป็นนักเรียนประจำ เราสอนตั้งแต่การใช้ชีวิต ใส่ใจทุกขั้นตอน สอนการเดินทาง การเรียนรู้ที่หลากหลายในการใช้ชีวิต จัดอบรมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง มีคณะกรรมการดูแลสวัสดิภาพ การเยี่ยมบ้าน ในระหว่างเรียนก็หางานพาร์ทไทม์ให้ทำ เพื่อนำเงินทุนไปใช้จ่ายในครอบครัว และสอนให้รู้จักออมก่อน”นางสาวอณุภา กล่าว
หลังจากร่วมทำงานกับ กสศ. เราพบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับผู้เรียนหลายคนทำงานต่อในกทม. ทุกคนมีเงินออม 50,000- 100,000 บาท ส่วนสถานศึกษาเกิดการปรับเปลี่ยน วิธีการสอนเป็นระบบมากขึ้น เกิดแบรนด์สินค้าที่ออกแบบเองโดยนักศึกษา ออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกาย กระเป๋า เป็นโมเดลที่มีประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะเด็กพิเศษ ผลัดเปลี่ยนให้เด็กทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้ด้วย
รศ.ดร.ศิริพันธุ์ ศิริพันธุ์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า กสศ.ทำให้เราปรับเปลี่ยนความคิด จากเดิมที่เราเป็นคณะพยาบาลศาสตร์ ที่ตั้งรับใครๆก็อยากมาเรียน เมื่อเราเข้าร่วมทุนผู้ช่วยพยาบาลกับ กสศ. เราต้องออกไปค้นหาเด็ก ทำให้เราได้สัมผัสกับเด็กที่ครอบครัวเปราะบาง เด็กที่มีปัญหาสารพัด ทำให้คณาจารย์ได้เรียนรู้ที่จะดูเด็กเหล่านี้และทำงานเชิงรุกมากขึ้น
“กสศ.ทำให้เรามีเพื่อนเยอะขึ้น มีเครือข่ายทางสังคม เครือข่ายผู้ประกอบการจากเดิม มี12 แห่งตอนนี้มี24แห่ง เพื่อประสานงานให้เด็กของเรามีงานทำ100% เช่น รพ.บำรุงราษฏร ที่ให้ทุนเด็กและรับเด็กของเราไปทำงาน เรามีเพื่อนต่างประเทศ โดยผ่านกรมการจัดหางานส่งเด็กของเราไปงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น" รศ.ดร.ศิริพันธ์ กล่าว
ด้าน เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กล่าวว่า ก้าวต่อไปของการสร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านการจัดการศึกษาสายอาชีพ พร้อมที่จะจับมือไปพัฒนาคนอาชีวะที่สอดคล้องกำลังคนของประเทศ การดูแลผู้ด้อยโอกาสและเด็กในถิ่นทุรกันดาร ให้มุ่งสู่อาชีวะศึกษา และมีงานทำ ซึ่งทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ได้ส่งเสริมความช่วยเหลือผู้ต้องการศึกษาต่อ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อประกอบอาชีพมีศักยภาพที่จะดำเนินชีวิตยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตนเอง พร้อมดูแลช่วยเหลือครอบครัว รวมถึงสนับสนุนสถานศึกษา มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในภาพรวมซึ่งเป็นไปตามจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกันผลิตกำลังสมรรถภาพสูง เพื่อพัฒนาประเทศ สามารถทำได้จริง
“เด็กอาชีวะ เป็นเด็กที่เก่งปฏิบัติ มีความสามารถ มีประสิทธิภาพทำงานได้ทันที เป็นซอฟพาวเวอร์ พลังของประเทศ โดย กสศ. จะมีการจัดการทวิภาคีการศึกษาแนวใหม่เพื่อดูแลนักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เพื่อผลิตกำลังคนในเชิงพื้นที่ทุกรูปแบบเพื่อไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เรืออากาศโท สมพร กล่าว
นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า บทเรียนการทำงานตลอด 4 ปี ของ กสศ. และก้าวสู่ปีที่ 5 ของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของกสศ. ที่สามารถสนับสนุนตัวแบบได้เพียง 1% ต่อรุ่น หรือจำนวน 2,500 ทุนต่อปี และครอบคลุมสถานศึกษา 116 แห่ง ทำอย่างไรให้ตัวแบบที่ กสศ. มีเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ได้รับการต่อยอด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเชื่อมโยงสถานศึกษาอาชีวะอีก 600 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการทำงานจะประสบความสำเร็จได้ ครูเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เด็กประสบความสำเร็จยืนได้ด้วยตนเองและดูแลครอบครัว สังคม และประเทศได้