ยิ่งไม่มีความชัดเจน มากเท่าใด ยิ่งทำให้ "ฝ่ายตรงข้าม" ประเมินสถานการณ์ได้ยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น !
เมื่อการตัดสินใจของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าเลือก "ไปต่อ" บนถนนสายแห่งอำนาจนี้ หรือไม่ เมื่ออยู่ครบเทอม ตามที่ประกาศเอาไว้ หรือจะกลับเข้ามาเป็นนายกฯสมัยที่ 3 หลังการเลือกตั้ง ครั้งหน้า ล้วนแล้วแต่ยังไม่มีสัญญาณอย่างใด อย่างหนึ่งที่ชัดแจ้ง จึงทำให้ "ศัตรู" ทั้งที่อยู่ใน "ที่แจ้ง" และ "ที่มืด" เลือกขยับได้ไม่ง่ายนัก
วันนี้แม้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเดินหน้าไปอย่างคึกคัก และเข้มข้น ฝ่ายค้าน พากันเตรียมตัวแต่งองค์ทรงเครื่อง เพื่อเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งรอบหน้ากันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล
หรือแม้แต่พรรคไทยสร้างไทย ที่มี "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานพรรคไทยสร้างไทย ที่ช่วงนี้เดินสายเข้าพบปะกับบุคคลสำคัญระดับเวทีสากลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้า แทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแครต จากรัฐอิลลินอยส์ สำนักงานวุฒิสมาชิกแทมมี่ ที่กรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา
รวมทั้ง เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ยังพบปะกับ มิตต์ รอมนีย์ วุฒิสมาชิก แห่งรัฐยูทาห์ และสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ของพรรคริพับลิกัน เมื่อปี 2012 จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวของคุณหญิงสุดารัตน์ คือการแสดงตัวในฐานะ ว่าที่แคนดิเดตนายกฯคนใหม่ ด้วยใช่หรือไม่
แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ยังอยู่บนความไม่ชัดเจนว่าที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกเส้นทางในวันข้างหน้าอย่างไร
เพราะหากพล.อ.ประยุทธ์ เลือกเดินหน้าต่อ นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า เขาเองจะต้องมั่นใจได้ว่า ชื่อตนเองจะต้องถูกเสนอในรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 750 เสียงโหวตเลือกกลับเข้ามาทำหน้าที่ "นายกฯสมัยที่ 3" เท่านั้น เพราะหากเลือกที่จะเล่นเกม ก็จะต้องไม่มีคำว่า "แพ้" อยู่ในสารบบ !
จากนั้นต้องจับตาดูกันต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกให้ พรรคการเมืองใด ทำหน้าที่สนับสนุนและเสนอชื่อเขาเองให้รัฐสภาโหวตเลือก ท่ามกลางแคนดิเดตจากพรรคอื่น
แต่นั่นหมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะต้องสร้างถนนสายแห่งอำนาจขึ้นมาใหม่หรือไม่ เพราะ พรรคพลังประชารัฐ ย่อมไม่ใช่ "คำตอบ" ของพล.อ.ประยุทธ์ ไปจนถึงวันที่มีการเสนอชื่อกันในรัฐสภา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกในที่จะพบว่ากระแส "ตั้งพรรคใหม่" เพื่อทำหน้าที่หนุนพล.อ.ประยุทธ์ จึงมาแรง และจะยิ่งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงวันเกษียณอายุราชการของ บิ๊กฉิ่งฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 30 ก.ย.นี้
เมื่อปลัดฉิ่ง คือบุคคลที่อยู่ในกระแสว่าทำหน้าที่เป็น "มือประสานสิบทิศ" เพื่อเตรียมตั้งพรรคใหม่ ให้กับพล.อ.ประยุทธ์
อย่างไรก็ดี หากที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจโบกมืออำลา เส้นทางสายอำนาจปิดฉากชีวิตทางการเมือง เมื่อเป็นผู้นำรัฐบาลครบเทอม อยู่มา 2สมัยแล้วเกมการต่อสู้ทางการเมือง จะเปลี่ยนไปทันที !
พรรคพลังประชารัฐ ที่มี หัวหน้าพรรคคือ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และมี "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ส.ส.พะเยา เป็นเลขาธิการพรรค จะส่งชื่อ "ใคร" เข้ามาชิงเก้าอี้นายกฯ
ขณะเดียวกัน อย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทย ในฐานะ พรรคคู่แข่งเบอร์1 จะส่งชื่อ "ใคร" ขึ้นมาเป็นแคนดิเดต เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภา เลือก เพราะที่สุดแล้ว พรรคเพื่อไทย จะต้องเดินไปถึง "จุดเปลี่ยน" ด้วยการเปลี่ยนตัว "หัวหน้าพรรค" จาก "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ไปเป็นคนอื่น ตามที่ "เจ้าของพรรค" ต้องการ
ทั้งหลายทั้งปวงคือความเคลื่อนไหวทางการเมืองเต็มไปด้วยสีสัน ความคึกคัก และฟุ้งไปด้วยฝุ่นควันจากการต่อสู้ หากแต่ยังไม่มีความชัดเจนจาก "คีย์แมน" อย่างพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้กำหนดเกม แต่อย่างใด !?