ในความคลุมเครือ ที่ยังหาความชัดเจนไม่ได้ว่าที่สุดแล้ว "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ เพื่อ "ชำระแค้น" กับ "กลุ่ม 3ช." ที่มี "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหอกเคลื่อนไหวเปิดเกม "บีบกลางสภาฯ"จนทำให้คะแนน "ไว้วางใจ"ของผู้นำรัฐบาล ต้องอยู่ในอันดับ "รองบ๊วย" แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้มีแต่จะสร้างความอึมครึม บรรยากาศคุกรุ่น และการเผชิญหน้ายังดำรงอยู่ต่อไป ระหว่าง นายกฯ กับ "กลุ่ม 3ช." จนถึงขั้น "มองหน้ากันไม่ติด" กระแสข่าวว่าจะมีการปรับครม.สะพัดมาตลอดสัปดาห์จนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมลุกลามไปทั่วทั้งครม. ว่าที่สุดแล้ว "เป้าหมาย" จะเป็นการเช็คบิล ยึดเก้าอี้คืน จากกลุ่ม3ช. เท่านั้นจริงหรือไม่ หรือพล.อ.ประยุทธ์ จะรอถึงจังหวะที่เหมาะสม แล้วปรับใหญ่ในคราวเดียวกัน ทว่าตราบใดที่การปรับครม. ยังไม่เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันบรรยากาศและความสัมพันธ์ระหว่าง นายกฯกับ กลุ่ม 3ช. มีแต่จะห่างเหิน มีช่องว่าง จนมีรายงานว่าในการประชุมครม.แบบเต็มคณะเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ5เดือนที่ครม.ใช้วิธีการประชุมระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ กลับพบว่า เต็มไปด้วยความห่างเหิน และเฉยเมย เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ใช้วิธีเมินเฉย กับกลุ่ม3ช. อย่างไรก็ดี วันนี้ต้องยอมรับว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังเป็นฝ่าย ถือแต้มต่อŽ เมื่ออำนาจการตัดสินใจปรับครม. เปลี่ยนตัวเล่นในคณะรัฐมนตรีมีอยู่ในมือ แต่กลับยังไม่ใช้ และยังไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อใด ! ทั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า การเช็คบิล กับกลุ่ม 3ช. จะต้องมีขึ้นแน่นอน เพียงแต่นายกฯจะรอให้สถานการณ์ในภาพรวมของรัฐบาลเป็นบวกมากขึ้น โดยเฉพาะการรอจังหวะให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นกร๊าฟขาลง การจัดหาวัคซีนเพื่อระดมฉีดให้กับประชาชน ทุกกลุ่ม เข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวาง มากพอ จนสามารถลดกระแสที่รัฐบาลเคยถูกโจมตีลงได้ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อถึงเวลานั้น อาจะได้เห็นการตัดสินใจปรับเปลี่ยนผู้เล่น โยกย้าย เก้าอี้รัฐมนตรีในครม.ตามมา เพราะอย่าลืมว่าการปรับครม.ครั้งหน้าจะต้องเกิดผลลัพธ์ทั้งในทางการเมือง และกวาดคะแนนความนิยมให้กับรัฐบาล ส่วนจะอยู่ยาว ไปจนครบวาระ อีก1ปีครึ่งตามที่พล.อ.ประยุทธ์ ลั่นวาจาเอาไว้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ!